บทความ

Car Seat คุณค่าความปลอดภัยที่(ลูก)คุณคู่ควร

รูปภาพ
  ความปลอดภัยในชีวิตนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะความปลอดภัยของเด็ก ที่ผู้ปกครองควรใส่ใจอยู่ตลอดเวลา เหตุเพราะเด็กนั้นเป็นวัยที่ไม่มีความสามารถและการตัดสินใจที่เพียงพอต่อการป้องกันตนเองจากอันตรายที่เกิดขึ้นได้       และหากพูดถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนบ่อยที่สุดคือ อุบัติเหตุจากยานพาหนะนำโดยรถยนต์ โดยมีสถิติจากองค์กรอนามัยโลก(WHO) บอกว่า ประมาณการของจำนวนเด็กที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั่วโลกนั้นมากถึงปีละ 186,300 คน โดยในประเทศไทยนั้นอุบัติเหตุส่วนใหญเกิดในรถกระบะ รถโดยสารส่วนบุคคล ที่เมื่อเกิดการกระแทกขึ้น ตัวเด็กจะกระเด็นออกมานอกรถส่งผลให้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส แทงหวยออนไลน์       เนื่องจากโครงสร้างทางด้านร่างกายของเด็กที่ยังไม่เติบโตเต็มที่เท่าผู้ใหญ่ จึงไม่อาจทนต่อการกระทบกระทั่งได้ อีกทั้งระบบเข็มขัดนิรภัยนั้นถึงแม้จะเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใหญ่ แต่กับเด็กแล้วกลับส่งผลตรงกันข้าม       ดังนั้นพ่อแม่ส่วนใหญ่ในยุคนี้ มักจะหาเบาะเสริมเพื่อความปลอดภัย หรือ Car seat ( คาร์ซีท ) กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพ...

ขับรถเดินทางไกลต้องเติมลมยางเท่าใดจึงจะถูกต้อง?

รูปภาพ
  การเติมแรงดันลมยางที่เหมาะสมจะช่วยให้การขับรถปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 เช่นนี้ หลายคนก็เลือกที่จะเดินทางไปพร้อมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง รวมถึงต้องบรรทุกสัมภาระเป็นจำนวนมาก แล้วแบบนี้จะมีวิธีการ เติมลมยาง อย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัย?       โดยปกติแล้วรถเก๋งทั่วไปจะต้องเติมลมยางตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ ซึ่งอาจแตกต่างกันตามแต่ละขนาดของล้อและยาง ซึ่งส่วนมากจะแนะนำไว้ที่ประมาณ 30-32 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (PSI) ทั้งล้อคู่หน้าและคู่หลัง สำหรับรถที่มีผู้โดยสาร 1-2 คน และกระเป๋าสัมภาระ 1-2 ใบ แทงหวย       ส่วนรถที่มีผู้โดยสารเต็มคัน 4-5 คน และกระเป๋ามากกว่า 3 ใบ จำเป็นต้องเพิ่มแรงดันลมยางเพื่อชดเชยกับน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์ก็จะกำหนดแรงดันลมยางกรณีผู้โดยสารเต็มคัน (Max Load) เอาไว้เช่นกัน ดังเช่นตัวอย่างที่ปรากฏในภาพด้านล่างนี้แสดงให้เห็นว่าหากเป็นล้อขนาด 17-18 นิ้ว จะต้องเติมลมยางล้อคู่หน้าขึ้นอีก 3 ปอนด์ และล้อคู่หลังขึ้นอีก 12 ปอนด์ เทียบกับการเติมลมยางปกติ เพื่อให้ยางยังคงรักษาความกลมในขณะหมุนเคลื่อนที่นั่นเอง กรณีเช็กลมยา...

Toyota Hilux รุ่นปี 1993 วิ่งไปเพียง 151 กม. คาดได้ราคาประมูลขั้นต่ำ 2 ล้านบาท!

รูปภาพ
    Toyota   Hilux  รุ่นปี 1993 คันนี้ผ่านการใช้งานไปเพียง 151 กิโลเมตร กำลังจะถูกนำออกประมูลในสหรัฐอเมริกาให้ผู้สนใจได้จับจองเป็นเจ้าของ โดยคาดว่าจะมีราคาประมูลไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาทเลยทีเดียว Mecum Auctions       แม้ว่ากระบะ  Toyota  Hilux (หรือชื่อว่า Toyota Deluxe Pickup ในสหรัฐอเมริกา) คันนี้จะมีอายุกว่า 28 ปีแล้ว แต่เจ้าของเดิมกลับใช้งานไปเพียง 94 ไมล์ หรือประมาณ 151 กิโลเมตรเท่านั้น หรือจะเรียกได้ว่ามันแทบไม่เคยถูกนำออกมาใช้งานเลยก็ว่าได้ ทำให้สภาพทั้งภายนอกและภายในของรถคันนี้เหมือนใหม่ราวกับหลุดออกมาจากไทม์แมชชีน โดยล่าสุดบริษัทประมูล Mecum Auctions เตรียมนำรถคันนี้ออกประมูลให้แก่ผู้สนใจระหว่างวันที่ 6-16 มกราคม 2565 ที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา       Toyota Hilux คันดังกล่าวติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร พร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยตัวถังภายนอกสีเขียว Forest Green ยังคงสภาพเดิมเช่นเดียวกับที่ออกมาจากโรงงาน ขณะที่ห้องโดยสารภายในยังคงสะอาดสะอ้านด้วยเบาะนั่งหุ้มผ้าสีเทา มาพร้อมวิทยุ...

5 รหัสลับสัญญาณไฟจากรถบรรทุกที่คนใช้รถควรรู้

รูปภาพ
  แนะนำ 5 สัญญาณไฟเตือนจากรถบรรทุกที่คุณอาจไม่เคยทราบความหมายมาก่อน แต่หากเข้าใจสัญญาณไฟเตือนเหล่านี้ ก็จะช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ หวยออนไลน์ 1.เปิดไฟเลี้ยวซ้าย-ขวาสลับกัน       แปลว่าด้านหน้าอาจมีอุบัติเหตุ จำเป็นต้องลดความเร็วลงกะทันหัน ทางที่ดีไม่ควรแซงขึ้นไป 2.เปิดไฟเลี้ยวด้านซ้าย  (บนถนน 2 เลนสวน)       แปลว่าคุณสามารถแซงรถบรรทุกที่ให้สัญญาณขึ้นไปได้ เนื่องจากมีระยะห่างจากรถที่สวนมาเพียงพอ ถึงกระนั้นก็ต้องใช้ความระมัดระวังในการเร่งแซงด้วย 3.เปิดไฟเลี้ยวด้านขวา  (บนถนน 2 เลนสวน)       แปลว่าห้ามแซง เนื่องจากมีรถที่วิ่งสวนมากระชั้นชิด หรือข้างหน้าเป็นทางโค้งอันตราย ไม่เหมาะสำหรับการแซง 4.กระพริบไฟสูง หรือดับไฟหน้าแล้วเปิดใหม่ในขณะวิ่งสวนทาง       เป็นการแจ้งเตือนว่าข้างหน้าอาจมีอุบัติเหตุ หรือด่านตรวจ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และเตรียมพร้อมลดความเร็วลงอย่างปลอดภัย 5.เปิดไฟสูงขณะที่เราแซงขวา       เพื่อเป็นการช่วยให้เรามองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ชัดเจนม...

Subaru STI E-RA Concept เตรียมเผยโฉมที่งานโตเกียวออโต้ซาลอน 2022

รูปภาพ
  Subaru  เผยภาพทีเซอร์ของ STI E-RA Concept ใหม่ ต้นแบบรถสปอร์ตขุมพลังไฟฟ้าก่อนเผยโฉมจริงที่งาน Tokyo Auto Salon 2022 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 มกราคมที่จะถึงนี้ Subaru STI E-RA Concept       Subaru STI E-RA Concept เป็นรถต้นแบบของซูบารุที่สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าสำหรับวงการมอเตอร์สปอร์ตในอนาคต โดยจากภาพแสดงให้เห็นถึงดีไซน์ไฟหน้าที่ถูกออกแบบเป็นรูปตัว C ดีไซน์โฉบเฉี่ยว พร้อมสัญลักษณ์ STI เรืองแสงสีแดงตรงกลาง ขณะที่ฝากระโปรงหน้าถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับช่องดักลมแบบคู่ ที่แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของซูบารุที่ต้องการพัฒนาให้มีความสปอร์ตแบบเต็มพิกัด ซื้อหวยออนไลน์       ในขณะเดียวกัน ซูบารุยังเตรียมเผยโฉมรถต้นแบบอีก 2 รุ่น ได้แก่ WRX S4 STI Performance Concept ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ WRX S4 STI Sport R เสริมด้วยชุดแต่งสีแดง Cherry Red, สปอยเลอร์หลังแบบคาร์บอน และชุดท่อไอเสียแบบสปอร์ต รวมถึง Levorg STI Performance Concept ที่ถูกตกแต่งในลักษณะคล้ายกัน แต่มาพร้อมตัวถังสไตล์แวกอน รวมถึงรถแข่ง BRZ GT300 2021 ที่เพิ่งชนะการแข่งขันมาหมาดๆ อีกค...

Toyota C+pod เริ่มวางจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปแล้วที่ญี่ปุ่น ราคาเริ่ม 4.84 แสนบาท

รูปภาพ
    Toyota  C+pod ใหม่  รถยนต์ไฟฟ้า คันจิ๋วเริ่มวางจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ถูกวางขายให้กับองค์กรและหน่วยงานราชการของญี่ปุ่นเท่านั้น โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,650,000 - 1,716,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 484,000 - 503,000 บาท       Toyota  C+pod เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขนาด 2 ที่นั่ง ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเดินทางเป็นระยะทางใกล้ๆ ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนอายุน้อย, มือใหม่หัดขับ รวมถึงผู้สูงอายุที่มีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการขับรถ ฯลฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ C+pod จะถูกวางจำหน่ายให้กับลูกค้าองค์กรและหน่วยงานราชของญี่ปุ่นเท่านั้น โดยบุคคลทั่วไปยังไม่สามารถซื้อหามาครอบครองได้  เว็บซื้อหวยรัฐบาลออนไลน์       แต่ล่าสุด โตโยต้า ระบุว่ารถยนต์ไฟฟ้า C+pod ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากลูกค้าที่ได้ลองใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นความง่ายในการควบคุม, ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และระบบความปลอดภัยที่มีให้แบบเต็มพิกัดแม้ว่าตัวรถจะมีขนาดเล็กก็ตาม จึงทำให้ โตโยต้า ตัดสินใจวางจำหน่ายรถรุ่นนี้ให้แก่บุ...

5 ข้อควรระวังหากตัดสินใจไม่ทำประกันภัยรถยนต์

รูปภาพ
  ปัจจุบันมีเจ้าของรถจำนวนไม่น้อยมองว่าการทำ ประกันรถ ยนต์ภาคสมัครใจ (ประกันชั้น 1, ชั้น 2, ชั้น 3,...) เป็นค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น เพราะหากไม่มีการเคลมเกิดขึ้น จะถือเป็นการจ่ายเบี้ยประกันทิ้งไปในแต่ละปี แต่รู้หรือไม่ว่าหากประสบอุบัติเหตุโดยที่รถไม่มีประกัน จะมีผลเสียที่ตามมาอย่างไรบ้าง?       แม้ว่าตามกฎหมายรถยนต์ทุกคันจะต้องจัดทำประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. อยู่แล้วนั้น แต่ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. จะครอบคลุมเฉพาะตัวบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเท่านั้น โดยไม่ครอบคลุมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถและทรัพย์สินของตนเองและคู่กรณีแต่อย่างใด เจ้าของรถส่วนใหญ่จึงเลือกทำประกันภัยภาคสมัครใจเพื่อเพิ่มความคุ้มครองนอกเหนือไปจาก พ.ร.บ. เพียงอย่างเดียว เว็บซื้อหวยออนไลน จ่ายจริง       ข้อควรระวังหากตัดสินใจไม่ทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ มีอะไรบ้าง? 1.ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเองทั้งหมด       กรณีประสบอุบัติเหตุเป็นฝ่ายผิด ผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บ กา...